บทความ

เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัย เมื่อมีเด็กในรถ

เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัย เมื่อมีเด็กในรถ

เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัย เมื่อมีเด็กในรถ

การขับรถทางไกลโดยมีเด็กเล็ก ๆ ในรถด้วยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คุณอยากให้เป็นสักเท่าไหร่ เพราะกิจกรรมต่าง ๆ ของเจ้าตัวน้อยที่นั่งอยู่เบาะหลังนั้นมักจะทำให้คุณเสียสมาธิกับการขับรถ ต้องดูแลนั่นนี่อยู่ตลอดเส้นทางซึ่งไม่ใช่เรื่องดีนักหากจุดสนใจของคุณเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย ไม่ใช่แค่เรื่องที่อยู่บนถนนตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

เมื่อต้องมีเด็กหรือเด็กเล็กนั่งอยู่ในรถด้วย การเดินทางเมื่อมีเด็กร่วมในรถ แบบไหนถึงจะขับขี่ปลอดภัยกว่า เทคนิคการขับรถเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางต้องทำอย่างไร

เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง หากมีผู้ใหญ่อยู่ในรถด้วยหลายคน

เป็นที่รู้กันดีว่าเจ้าตัวน้อยต้องการความสนใจจากคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดที่เบาะหลัง การโผล่มาทักทายคุณที่ที่นั่งคนขับ รวมไปถึงอีกสารพัดรูปแบบของการดึงดูดความสนใจของคุณ หากคุณต้องขับรถเป็นเวลานาน การเดินทางกันหลาย ๆ คนเป็นหมู่คณะ จะช่วยให้เด็ก ๆ มีคนช่วยดูแลอยู่ตลอดเวลา สามารถสลับผลัดเปลี่ยนเล่นกับคนรอบข้างได้เรื่อย ๆ โดยไม่เบื่อ มีคนชวนเล่นชวนคุยเรื่องต่าง ๆ ตลอดการเดินทางโดยที่เด็ก ๆ ไม่ต้องโฟกัส “ที่คุณ” เป็นหลักในฐานะผู้ขับขี่ ซึ่งจะช่วยให้มีสมาธิกับการขับรถได้อย่างเต็มที่ เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางได้ หายห่วงแน่นอน
 

เทคนิคการขับรถปลอดภัยยอดนิยม ที่ยังคงได้ผลเสมอ

การเบี่ยงเบนความสนใจจากทั้งเด็กเล็กและเด็กโต มักเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ยกตัวอย่างเช่น ทารกเริ่มร้องไห้, พี่น้องทะเลาะกันแย่งของเล่น, เด็กร้องจะขอปลดเข็มขัดนิรภัย ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การวางแผนเพียงเล็กน้อยสามารถลดโอกาสในการรบกวนได้มาก ซึ่งเทคนิคการขับรถปลอดภัยเมื่อต้องมีเด็กเล็กและเด็กโตในรถด้วย มีดังนี้
 

1. สร้างความบันเทิงระหว่างเดินทาง

เด็ก ๆ มักจะเบื่อกับการนั่งรถ และความเบื่อหน่ายเป็นประตูให้พวกเขาเริ่มที่จะแสดงท่าทางไม่พอใจ ขว้างสิ่งของ หรือแม้แต่ร้องไห้โวยวายเอาแต่ใจจนกว่าจะมีอะไรมาหันเหความสนใจของพวกเขาไปได้ การสร้างความบันเทิงระหว่างการเดินทางบนรถนั้น คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเล่นวิดีโอในรถยนต์ หรือ เครื่องแท็ปเล็ตที่มีราคาแพง เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับเด็ก ๆ เพียงอย่างเดียว ลองสร้างชุดกิจกรรมที่มีหนังสือระบายสี เกมคำศัพท์ ปริศนาคณิตศาสตร์ และความบันเทิงอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับวัยของเด็กน้อย เพื่อช่วยให้พวกเขามีกิจกรรมทำระหว่างการนั่งอยู่ในที่แคบ ๆ บนรถหลายชั่วโมงได้
 

2. ใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก

กรณีที่ลูกของคุณอายุยังไม่ถึง 5 ปี เราแนะนำให้คุณติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็กเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางเมื่อต้องขับรถพาลูกน้อยไปยังที่ไหน ๆ เนื่องจากอุปกรณ์ชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้สรีระของเด็ก ๆ ได้รับการปกป้องเมื่อเกิดแรงกระแทกจากอุบัติเหตุโดยเฉพาะ

เมื่อกระดูกโครงสร้างต่าง ๆ ยังแข็งแรงไม่เต็มที่ การได้รับความกระทบกระเทือนจากการชนกันของรถ อาจทำให้เด็กเล็กบาดเจ็บรุนแรงกว่าที่คุณคาดคิด รวมทั้งช่วยไม่ให้เด็กกระเด็นออกจากรถหากเกิดการชนอย่างรุนแรง โปรดจำเอาไว้ว่าแม้จะเป็นการเดินทางเพียงระยะสั้น ๆ ก็ไม่ควรให้ลูกของคุณนั่งตักขณะที่คุณขับรถอยู่ ขับรถปลอดภัย เป็นสิ่งจำเป็นสูงสุดเมื่อต้องมีเด็กนั่งในรถไปด้วย
 

3. แบ่งเวลาพักรถบ้างเป็นระยะ

การพักรถเป็นเวลานานสักหน่อยช่วยบรรเทาความเบื่อหน่ายและยังเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นผ่อนคลาย ในขณะที่คุณได้ยืดเส้นยืดสาย โดยทั่วไปคุณควรจะพักทุก ๆ 2 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้เกิดความล้าสะสมจากการขับรถ ซึ่งคุณสามารถใช้การพักเบรกอย่างน้อย ๆ สัก 20-30 นาที เป็นช่วงเวลาแวะทานอาหารเพื่อเติมพลังให้กับทุกคน หรือการหยุดพักที่จุดชมวิวเพื่อถ่ายรูปเล่นกับครอบครัว ก็ช่วยให้ทุกคนได้ผ่อนคลายหายเหนื่อยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็ก ๆ หลับได้ง่ายขึ้นระหว่างการเดินทางด้วย


4. ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ในรถโดยลำพัง

หากมีการหยุดพักรถเพื่อเติมน้ำมัน หรือไปเข้าห้องน้ำ คุณไม่ควรทิ้งเด็ก ๆ เอาไว้ในรถเพียงลำพัง แต่ถ้าคุณยืนอยู่ในระยะที่ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน แล้วเด็ก ๆ ยืนยันว่าจะไม่ลงมาด้วย ก็ควรดับเครื่อง เปิดกระจกรถเพื่อให้มีอากาศถ่ายเท แล้วเอากุญแจรถออก เพื่อป้องกันลูกของคุณเข้าเกียร์รถเล่นโดยไม่ตั้งใจซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ รวมทั้งการกดเลื่อนกระจกรถขึ้นลงจนเกิดอันตรายกับตัวเองได้
 

5. มอบหมายตำแหน่งนักบินร่วม

การมีผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งในรถที่คอยให้ความสนใจและตอบสนองกับการร้องขอสิ่งต่าง ๆ ของลูกน้อย จะช่วยลดความว้าวุ่นใจของเด็ก ๆ ให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าลูกของคุณคนใดคนหนึ่งอายุมากกว่าคนอื่น คุณสามารถยกตำแหน่งรองผู้บัญชาการได้ วิธีนี้ช่วยให้คุณมีสมาธิกับการขับรถได้อย่างเต็มที่ ขับขี่ปลอดภัยตลอดเส้นทาง และยังเป็นการสอนลูก ๆ ของคุณถึงวิธีจัดการกับสิ่งรบกวนสมาธิในรถอีกด้วย


6. หยุดรถเมื่อจำเป็น

ในกรณีที่คุณมีลูกมากกว่าหนึ่งคน เป็นเรื่องปกติที่ลูก ๆ ของคุณจะทะเลาะกันเองโดยไม่มีเหตุผลและยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเสียด้วย หากเด็กทะเลาะกัน มีอารมณ์ฉุนเฉียว หรือขว้างปาสิ่งของ อย่าพยายามจัดการอารมณ์ฉุนเฉียวของเด็ก ๆ ทันทีในขณะขับรถ หาที่จอดรถที่ปลอดภัย แล้วจัดการเรื่องนี้โดยตรงจะดีกว่า เพราะจะไม่ทำให้คุณเสียสมาธิหรือต้องละสายตาจากท้องถนนจนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณไม่หัวเสียเนื่องจากต้องควบคุมเหตุการณ์หลายอย่างพร้อมกันในเวลาเดียวอีกด้วย
 

7.สอนลูก ๆ ให้รู้จักความรับผิดชอบ

สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการทิ้งขยะให้เป็นที่หรือเก็บขนมที่ทำหกในรถด้วยตัวเอง เป็นพื้นฐานการดูแลตัวเองที่คุณควรปลูกฝังลูกน้อยให้รู้จักตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระการทำความสะอาดรถของคุณแล้ว ยังช่วยให้เด็ก ๆ มีความรับผิดชอบต่อตัวเองในการเตรียมข้าวของที่จำเป็น ของเล่น หรือของว่างต่าง ๆ ที่ต้องการระหว่างเดินทางด้วย


นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือต้องสอนบุตรหลานของคุณเกี่ยวกับ เทคนิคการขับรถปลอดภัย การมีความรับผิดชอบ และเคารพกฎจราจรเมื่อต้องอยู่บนท้องถนน ควรอธิบายให้เข้าใจว่า การขับขี่ ต้องใช้สมาธิ ใช้ความอดทนอย่างไรบ้าง คุณสามารถพูดคุยให้พวกเขาฟังว่าการเปิดไฟเลี้ยว การมองกระจกข้าง การดูกระจกหลังมีความสำคัญอย่างไร และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณจึงไม่สามารถหยิบของเล่นที่หล่น กล่องน้ำผลไม้ หรือสิ่งของอื่นๆ ในขณะขับรถให้พวกเขาได้


การขับรถโดยมีเด็ก ๆ โดยสารอยู่ในรถนั้น ความหรรษาบันเทิงอาจมีอยู่เต็มคันตลอดเส้นทางการขับขี่ และจะต้องใช้ความระมัดระวังพร้อมทั้งสมาธิมากกว่าแค่การขับรถไปทำงานในทุกเช้า การเตรียมการที่ถูกต้องรวมทั้งการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อให้เด็ก ๆ เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องจดจ่อสมาธิอยู่กับการขับรถ จะช่วยลดสิ่งรบกวนที่คุณต้องเผชิญจากพฤติกรรมของเด็ก ๆ ลงไปได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้คุณสามารถขับรถปลอดภัยตลอดการเดินทาง

 

Cr. รู้ใจ

 

CallAction